ว่าแล้วต้องโดน โดนหนักจริง

กระทู้สนทนา
เรื่องที่จะเล่านี้เป็นประสบการณ์ตรง เกิดขึ้น เมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้ว  เริ่มเลยละกัน

เมื่อก่อนพอจบป.ตรี ทำงานที่ชลบุรี ศรีราชา  ผช.คนเก่า ตอนนั้น ทำงานที่ระยอง อ.แกลง  พอวันหยุดของเรา เราก็จะนั่งรถไปหาที่ระยองประจำ ไม่ไกลมากนัก หากนั่งรถทัวร์ ป.1 หรือ ป.2  ก็ใช้เวลา ชั่วโมงนิดๆ  หากนั่งหวานเย็นก็ใช้เวลา  2 ชั่วโมง นิดๆ  ทุกครั้งที่เราไปหาก็จะนั่งรถปรับอากาศ  แต่วันนั้นเป็นอะไรไม่รู้  นึกว่าวันนี้ลองนั่งหวานเย็นดีกว่า นั่งรับลมไปเรื่อยๆ  ไม่รีบจะได้ลงหน้าซอยห้องพักได้เลยไม่ต้องไปลงป้ายที่เลยไปอีก  เมื่อก่อนทางระหว่าง ชลบุรีไป แกลง ข้างทางก็มีบางช่วงเป็นป่า เป็นสวนยาง วันนั้นเรานั่งติดหน้าต่างด้านซ้ายมือ   นั่งรับลมไปเรื่อยๆ มองนอกหน้าต่างไปเรื่อย จนผ่านช่วงป่ารก ข้างทาง ซึ่งรถหวานเย็นไม่ได้ขับเร็ว เพราะรับคนตลอดทาง  เรากลับมีความคิดแบบมันผุดขึ้นมาเอง ว่า "เฮ้ยถ้ามีสัมภเวสีข้างทางตามเรามาจะทำไงวะ"
แล้วก็เหมือนว่า ตึ้ง ! สติกลับมาแล้วก็ด่าตัวเองว่า นี่คิดอะไรวะ คิดได้ไง  แล้วก็สลัดมันทิ้งไป  จนมาถึงที่หมาย  เราเดินทางตอนกลางวันนะคะ แดดเปรี้ยงมาก

ตอนเช้าตรู่ของอีกวัน  ผู้ชายเก่า ต้องออกไปทำงานตอนตีห้า   ซึ่งเราก็รู้สึกตัว เค้าออกไปทำงานก็เดินไปส่งแล้วก็ล็อคประตู  
ที่อยู่เป็นห้องแถวนะคะ  ห้องใหญ่พอสมควรมีลานหน้าห้องจอดรถยนต์ได้สบาย แต่ผู้ชายเก่าขี่มอไซต์    ตามรูปนะคะ  เรานอนหันหัวไปทางระเบียงหน้าห้อง ซึ่งเป็นหน้าต่างบานเกล็ดบานใหญ่และผ้าม่าน บางๆ ปลิว ด้านนั้นเป็นทางทิศตะวันออก ซึ่งแดดจะส่องเข้ามาเต็มที่



พอล็อคประตูแล้ว กลับมานอนต่อ เหมือนกำลังเคลิ้มๆ เราก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา แล้วเราก็มอง เห็นผู้ชายเก่า ใส่กางเกงบ็อกเซอร์ เสื้อแจ็คเก็ต  เดินเข้ามาและเดินไปทางหลังห้อง แว็บแรกเราคิดว่า เอ๊ะ !  ท่าจะลืมของเลยกลับมาเอา แต่ฉุกคิดได้ว่า เฮ้ย! มันไปทำงานใส่กางเกงยีนส์จะใส่บอ็กเซอร์ขาสั้นได้ไง ก็เลยคิดว่าโดนแล้วตรู โดนอีกแล้ว  ไม่สามารถขยับตัวได้  เหมือนเรานึกในใจแต่เป็นคำพูดที่จะพูดกับคนนั้นว่า "ยิ้มเข้ามาได้ไง  เป็นใคร ห้องนี้  (ชื่อผู้ชายเก่า)  เป็นเจ้าของ ไม่อนุญาต ให้เข้ามา ออกไปซะ"  (เราไม่ค่อยอะไรเท่าไหร่เรื่องนี้ เพราะโดนมาบ่อย ) พูดจบ เราก็เห็นคนนั้นเดินมาหาเราที่เตียง  เดินมาจริงๆ ไม่ได้ลอยมานะ แล้วนั่งคุกเข่าชะโงกหน้ามาหาเราซึ่งเรานอนอยู่  เหมือนกับเค้าพูดว่าไปก็ได้ ไปละ  แล้วก็ถลนตาใส่เรา  และแสยะยิ้มปากกว้างมาก  หรือเรียกได้ว่า กว้างไปจนถึงหู มันหน้ากลัว แล้วก็เดินทะลุประตูออกไป เราสะดุ้งหลุดออกมา จากภวังค์ รีบลุกไปดูประตูห้อง ก็ล็อคปรกติ   ก็เลยเปิดทีวีนอน  ทีวีจะอยู่ด้านปลายเตียง   ไม่ได้ใส่ใจ เราก็หลับไป มารู้ตัวอีกทีก็รู้สึกว่า เราหายใจไม่ค่อยออก เหมือนมีอะไรมาทับตัวอยู่ ก็เลยคิดว่าโดนอีกแล้วหรอ เอ้าจะทำไรเชิญกูจะหลับ ไม่สนใจ  จนมันหนักมากขึ้น โดยสัญชาติญาณเรารู้ว่าครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่ ก็พยายามดิ้น แต่เหมือนมันยิ่ง กดแน่น เราขยับไม่ได้ทั้งตัว รู้สึกเหนื่อย  พยายามสวดมนต์ สวดผิดสวดถูก  จำอะไรได้ก็สวด  จนเหนื่อยมาก  จนเราหายใจไม่ออก พยายามลืมตา แต่มันหนักมาก  รู้สึกเหมือนจะตายให้ได้  แต่ในห้วงหนึ่งเราคิดขึ้นมาว่า กูตายไม่ได้นะ ตายไม่ได้ พ่อแม่ จะเสียใจ กูจะไม่ยอมตายเด็ดขาด มันเหมือนเฮือกสุดท้ายเราคิดว่า ขอบุญบารมี พ่อกับแม่ ช่วยลูกด้วย ลูกจะตายแล้ว เรารับรู้ได้ว่าน้ำตาเราไหล  พยายามลืมตาตลอด และเหมือนกับเปลือกตาเราค่อยๆเปิด พยายามต่อสู้ เราเห็น มือผู้ชายใหญ่มากสี่นิ้วของเขา กดที่หน้าผากเราอยู่ กดเหนือคิ้วเราไป เรามองเห็นผ่านช่องระหว่างนิ้วว่าเป็นผู้ชายใส่หมวกแก็ปสีน้ำเงิน เราไม่เห็นหน้า  เราก็คิดถึงเจ้าอาวาสประจำวัดในหมู่บ้านที่บ้านเกิด ก็เลยเหมือนตะโกนไปว่า อาจารย์แก้วช่วยหนูด้วย  จากนั้นเราก็หลุดเหมือนเราสะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้นมา  เชื่อมั้ย ทั้งน้ำมูกน้ำตา เลอะหน้าไปหมด เราร้องไห้เลย ร้องแบบ ฮือ ฮือ เลย แต่ช่วงที่ลุกขึ้นนั้นเราได้ยินเสียง ร้องจากเพดานประตูหลังห้อง เสียงแบบโกรธมาก ลอยไปรื่อยจนออกไปประตูหน้าห้อง  เสียงแบบ  เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ลากยาวๆ ยาน แล้วใส่ความโกรธเข้าไป  เราน้ำตาไหลร้องไห้เพราะกลัว มองไปตามเสียงเลย พอเสียงหายไป เราทั้งด่า ทั้งแช่ง ในหัวเรามีแต่ภาพตอนเห็นนิ้วเค้ากดหน้าผากเราอยู่  พอเริ่มหายใจปกติ เราโทรหาแม่เลย เล่าให้แม่ฟังไป ร้องไห้ไป  กลัวก็กลัว  แม่ก็ปลอบไม่มีอะไร แม่บอกให้ไปทำบุญให้เค้า  เราก็บอกจะไปทำบุญให้มันทำไม  คือโกรธอยู่ไง  จนวางสาย วันนั้นเราไม่นอนกลางวันเลย จนผู้ชายเก่ากลับมา ก็เล่าให้ฟัง ไม่รู้มันจะเชื่อรึเปล่า  วันรุ่งขึ้นเรานั่งรถปรับอากาศกลับชลบุรี  ระหว่างทางเราฉกคิดได้ว่า อ๋อ ตอนขามา เราดันนึกเรื่องสัมภเวสีนี่เอง   เป็นการโดนกระทำครั้งที่เรากลัวที่สุด ร้ายแรงที่สุด  และเราก็เลิกสวดมนต์เข้าวัดไปเลย  พาลเนอะ

แต่ หลังจากหยุดเข้าวัด สวดมนต์ก็ไม่เจออะไรนะ  จนย้ายมาอยู่ต่างประเทศ ก็ได้บรรลุละว่า แม่ม สวดก็เจอ ไม่สวดก็เจอ  
เดี๋ยวจะมาต่อ  เรื่องในอพาร์มเม้น ที่ออสโลให้ฟังอีกทีค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่